วันเดตแรก
— เคล็ดลับคือไม่ต้องพยายามดูดีเกินไป
ในเดตแรก ท่าทีที่พยายามดูดีคือสิ่งที่ทำให้บรรยากาศเกร็งที่สุด สิ่งที่ต้องเตรียมไม่ใช่การแนะนำตัว แต่เป็นสามเรื่องที่จะถามอีกฝ่าย
ในบทความนี้ 7 หัวข้อ
สิ่งที่ต้องเตรียมไม่ใช่การแนะนำตัว
ก่อนเดตแรก คนส่วนใหญ่มักเตรียมว่าจะเล่าเรื่องตัวเองอย่างไร แต่สิ่งที่กำหนดบรรยากาศจริง ๆ คืออีกฝ่ายได้พูดอย่างสบายใจหรือไม่
คนเรามักจดจำการพบที่ได้เล่าเรื่องของตัวเองอย่างสบายใจในแง่ดี สิ่งที่ต้องเตรียมจึงเป็นคำถามสามข้อ
คุณสมบัติของคำถามที่ใช้ได้ — ไม่จบแค่ใช่/ไม่ใช่ ตอบได้โดยไม่กดดัน และต่อยอดได้
"ช่วงนี้ทำอะไรแล้วสนุกที่สุด?" · "งานที่ทำอยู่ตั้งใจจะมาสายนี้ตั้งแต่แรกเลยไหม?" · "วันหยุดสุดสัปดาห์ปกติใช้เวลายังไง?"
ในทางกลับกัน สิ่งที่ควรเลี่ยงคือ เงินเดือน แผนแต่งงาน แฟนเก่า และการเมือง ถ้าถามเรื่องพวกนี้ในการพบครั้งแรก จะกลายเป็นการสัมภาษณ์งาน
สถานที่และเวลาคือครึ่งหนึ่งของความสำเร็จ
- เลี่ยงที่ที่เงียบเกินไป ความเงียบจะปรากฏชัดเกินไป คาเฟ่ที่มีเสียงพอประมาณจะสบายกว่า
- การพบครั้งแรกราว 1 ชั่วโมงครึ่งกำลังพอดี ถ้านานเรื่องคุยจะหมด และการเหลือความรู้สึกอยากเจออีกนิดดีกว่า
- รู้จักสถานที่ถัดไปไว้สักแห่ง ถ้าบรรยากาศดีก็ย้ายไปได้อย่างเป็นธรรมชาติ ถ้าไม่ก็แค่ไม่ใช้
- บ่ายวันหยุดสุดสัปดาห์เป็นตัวเลือกที่ปลอดภัย เย็นวันธรรมดาทั้งสองฝ่ายมักเหนื่อยล้า ทำให้ไม่อยู่ในสภาพที่ดีที่สุด
เมื่อบทสนทนาสะดุด
การสะดุดเป็นเรื่องปกติ ก็เพิ่งเจอกันครั้งแรกนี่นา ปัญหาคือช่วงเวลาที่มองว่าการสะดุดคือความล้มเหลวจนสีหน้าแข็งทื่อ
- ยอมรับความเงียบแค่พูดว่า "ปกติตอนแรกเราจะช้า ๆ หน่อย" บรรยากาศก็ผ่อนคลายลง ยิ่งพยายามปิดยิ่งเกร็ง
- เปลี่ยนไปที่สิ่งตรงหน้าเมนู เพลง วิวนอกหน้าต่าง เป็นธรรมชาติกว่าการฝืนหาเรื่องคุย
- ย้อนกลับไปที่เรื่องที่คุยไว้ก่อนหน้า"เรื่องที่พูดถึงเมื่อกี้น่ะ" — เป็นสัญญาณว่าคุณตั้งใจฟังอยู่ จึงได้ผลดี
ทำไมเคล็ดลับคือไม่ต้องพยายามดูดี
สภาวะที่พยายามดูดี จะส่งไปถึงอีกฝ่ายในรูปของความเกร็ง พูดเร็วขึ้น หัวเราะช้าไปครึ่งจังหวะ และฟังอีกฝ่ายไม่จบ
เป้าหมายของการพบครั้งแรกไม่ใช่การสอบผ่าน แต่เป็นการได้รู้ เป็นการพบเพื่อดูว่าอยากเจอคนนี้เป็นครั้งที่สองหรือไม่ ถ้าคิดว่าไม่ใช่ที่ที่ถูกประเมิน แต่เป็นที่ที่ได้ดูกันและกัน ก็จะสบายใจขึ้นมาก
หลังจบนัด — เกณฑ์ตัดสินใจเรื่องนัดครั้งที่สอง
ปกติแล้ววันนั้นมักยังไม่ได้ข้อสรุป ในกรณีแบบนี้มีเกณฑ์ที่น่าใช้อยู่
- คุยด้วยแล้วสบายใจไหม — สิ่งนี้อยู่ได้นานกว่าความสนุก
- ได้เป็นตัวของตัวเองไหม — ถ้าต้องแสดงตลอดเวลา ครั้งหน้าก็จะเป็นแบบนั้นอีก
- ยังมีเรื่องที่อยากรู้อีกไหม — ถ้ายังมีสิ่งที่อยากถาม นั่นเป็นสัญญาณที่ดี
ควรติดต่อภายในวันนั้น แค่ข้อความสั้น ๆ ถามว่ากลับถึงบ้านเรียบร้อยไหมก็พอ ยิ่งเขียนยาวยิ่งกดดัน และถ้าเลื่อนไปหลายวัน อีกฝ่ายอาจตัดสินใจไปแล้ว
รู้โทนของวันนั้นแล้วจะต่างไปอย่างไร
Saju ไม่ได้ทายว่าจะไปได้สวยหรือไม่ แต่ถ้ารู้ว่าเป็น"วันที่การแสดงออกลื่นไหล" หรือ"วันที่คำพูดมักแรงไปหน่อย" ก็ช่วยปรับท่าทีในวันนั้นได้
ถ้าเป็นโทนที่พูดได้ลื่นไหล ก็นำบทสนทนาได้สบาย ๆ ถ้าเป็นโทนที่มักแหลมคม ก็ลดระดับมุกตลกลงหนึ่งขั้น เพียงเท่านี้ความประทับใจในการพบครั้งแรกก็ต่างไปได้มากทีเดียว
เมื่อเพิ่มเดตแรกไว้ในMutal Unnie แอปจะแสดง D-day และจังหวะของวันนั้นในหนึ่งบรรทัด และถ้าเปิด Full Care (35 Bok) ก็จะได้รับสรุปตอนเย็นวันก่อนด้วย ถ้าเพิ่มอีกฝ่ายไว้ใน 'คนของเรา' จะเห็นโทนของคนสองคนในหนึ่งบรรทัด — แต่ต้องได้รับความยินยอมจากเจ้าตัวก่อนเพิ่มเสมอ
วันที่ตื่นเต้น ไม่ต้องเตรียมตัวคนเดียว
เพิ่มวันเดตแรกไว้ D-day และจังหวะของวันนั้นใช้ฟรี ส่วนสรุปคืนก่อนวันกิจกรรมเปิดได้ด้วย Full Care
ดาวน์โหลดแอปสำหรับ iPhone และ Androidคำถามที่พบบ่อย
ก่อนเดตแรกควรเตรียมอะไร?
การเตรียมคำถามสามข้อที่จะถามอีกฝ่ายได้ผลดีกว่าการเตรียมแนะนำตัว เพราะคนเรามักจดจำการพบที่ได้เล่าเรื่องของตัวเองอย่างสบายใจในแง่ดี เรื่องเงินเดือน แผนแต่งงาน และแฟนเก่า ควรหลีกเลี่ยงในการพบครั้งแรก
เดตแรกควรใช้เวลานานแค่ไหนจึงพอดี?
ราว 1 ชั่วโมงครึ่งกำลังพอดี ถ้านานกว่านั้นเรื่องคุยจะหมด และการเหลือความรู้สึกอยากเจออีกจะช่วยให้ไปต่อได้ง่ายกว่า ถ้ารู้จักสถานที่ถัดไปไว้สักแห่ง ก็ไปต่อได้อย่างเป็นธรรมชาติ
บทสนทนาสะดุดอยู่เรื่อย
ระหว่างคนที่เพิ่งเจอกันครั้งแรก การสะดุดเป็นเรื่องปกติ ปัญหาคือตอนที่มองว่ามันคือความล้มเหลวจนสีหน้าแข็งทื่อ วิธีที่ได้ผลคือ พูดยอมรับความเงียบสักประโยค เปลี่ยนเรื่องไปที่สิ่งตรงหน้า หรือย้อนกลับไปที่เรื่องที่คุยไว้ก่อนหน้า
ดูดวงสมพงษ์ด้วยวันเดือนปีเกิดของอีกฝ่ายได้ไหม?
วันเดือนปีเกิดของอีกฝ่ายเป็นข้อมูลส่วนบุคคล ต้องได้รับความยินยอมก่อนเพิ่มข้อมูลทุกครั้ง และดวงสมพงษ์เป็นข้อมูลที่ดูว่าเข้ากันได้ดีตรงไหนและมักขัดกันตรงไหน ไม่ใช่เครื่องมือตัดสินว่าควรคบกันหรือไม่